“เลนส์ชะลอสายตาสั้น” คืออะไร? ต่างจากเลนส์ทั่วไปอย่างไร?

หลายคนเข้าใจผิดว่า แว่นสายตาทั่วไปช่วยหยุดสายตาสั้นได้ แต่ในความเป็นจริง…

  • เลนส์สายตาชั้นเดียวทั่วไป (Single Vision): ช่วยให้เด็ก “มองเห็นชัดเจน” เท่านั้น แต่ไม่ได้มีกลไกในการยับยั้งการยาวของกระบอกตา
  • เลนส์ชะลอสายตาสั้น (Myopia Control Lenses): เป็นเลนส์เทคโนโลยีพิเศษที่ถูกออกแบบมา 2 หน้าที่ในเลนส์เดียว คือ “มองเห็นชัดเจน” ตรงกลาง และ “ควบคุมการยืดของลูกตา” บริเวณรอบนอก

💡 กลไกการทำงานทางวิทยาศาสตร์: เลนส์กลุ่มนี้จะใช้เทคโนโลยีสร้างภาวะ “Defocus” (ภาพตกก่อนถึงจอประสาทตาบริเวณรอบนอก) ซึ่งเป็นสัญญาณหลอกสมองไม่ให้ลูกตายืดดยาวออกไป เมื่อกระบอกตาไม่ยืดตัวผิดปกติ ค่าสายตาสั้นก็จะไม่พุ่งกระฉูดนั่นเอง

เทคโนโลยีเลนส์ชะลอสายตาสั้นที่นิยมในปัจจุบัน

ปัจจุบันมีนวัตกรรมเลนส์ชะลอสายตาสั้นชั้นนำที่ได้รับการยอมรับและมีงานวิจัยรองรับ ซึ่งที่ See True เราคัดสรรสิ่งที่ดีที่สุดให้กับเด็กๆ เช่น

  1. D.I.M.S. Technology (เช่น เลนส์ Hoya MiYOSMART): ใช้ปุ่มพาวเวอร์เล็กๆ นับร้อยปุ่มบนผิวเลนส์เพื่อสร้างโซนชะลอสายตา มีงานวิจัยรองรับว่าชะลอการเพิ่มขึ้นของสายตาสั้นได้เฉลี่ยถึง 60%
  2. H.A.L.T. Technology (เช่น เลนส์ Essilor Stellest): ใช้แอนนูลัส (วงแหวนมิติต่างๆ) ในการควบคุมแสงให้อยู่ในรูปแบบสุมแสงรอบหน้าจอตา ช่วยลดการดำเนินไปของสายตาสั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงเช่นกัน

D.I.M.S. Technology (เลนส์ Hoya MiYOSMART)

ใครบ้างที่ควรเริ่มใส่เลนส์ชะลอสายตาสั้น?

  • เด็กที่มีอายุระหว่าง 6 – 16 ปี (ช่วงที่กระบอกตากำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว)
  • เด็กที่มี ค่าสายตาสั้นเพิ่มขึ้นเร็ว (เช่น สั้นเพิ่มขึ้นมากกว่า 50 ถึง 100 (-0.50D ถึง -1.00D) ต่อปี)
  • เด็กที่คุณพ่อคุณแม่มีประวัติ สายตาสั้นฝังในพันธุกรรม (หากพ่อแม่สายตาสั้น ลูกจะมีโอกาสสั้นง่ายและสั้นสูงกว่าปกติ)
  • เด็กที่มีพฤติกรรมใช้สายตาระยะใกล้เป็นเวลานาน และไม่ค่อยทำกิจกรรมกลางแจ้ง

ดูแลดวงตาเด็กอย่างตรงจุด ที่ See True โดยหมอสายตา

การตัดแว่นชะลอสายตาสั้นในเด็ก ไม่ใช่แค่การวัดสายตาแล้วตัดแว่นทั่วไป แต่จำเป็นต้องได้รับการดูแลโดย หมอสายตา (นักทัศนมาตร) หรือจักษุแพทย์ อย่างใกล้ชิด เนื่องจาก:

  • ต้องมีการตรวจวัดพฤติกรรมการใช้สายตา และกล้ามเนื้อตาของเด็กอย่างละเอียด
  • ต้องเลือกชนิดของเทคโนโลยีเลนส์ให้เหมาะสมกับพฤติกรรมของเด็กแต่ละคน
  • ต้องการการนัดติดตามผล (Follow-up) ทุกๆ 6 เดือน เพื่อเช็คการเปลี่ยนแปลงของค่าสายตาและประสิทธิภาพของเลนส์

สรุป: ป้องกันและชะลอตั้งแต่วันนี้ ดีกว่าตามแก้ในวันที่สายตาสั้นสูงเกินไป พาลูกรักมาตรวจสุขภาพสายตาและประเมินความเสี่ยงสายตาสั้นกับหมอสายตาที่ See True เชียงใหม่ ได้เลยเพื่ออนาคตการมองเห็นที่สดใสของเด็กๆ

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Scroll to Top